ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เข้าใจระบบเผาผลาญของร่างกาย

อัปเดตเมื่อกว่า 3 เดือนที่แล้ว

การเข้าใจระบบเผาผลาญของตัวเอง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราดูแลน้ำหนักได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ การเรียนรู้ว่าอะไรคือเชื้อเพลิง และทำอย่างไรให้เครื่องยนต์ (ร่างกาย) ของเราทำงานได้ดี จะช่วยให้เราสามารถเดินบนเส้นทางสุขภาพของเราราบรื่นมากขึ้น

ร่างกายเราคือโรงงานพลังงาน

ลองจินตนาการว่าร่างกายของเราคือโรงงานขนาดใหญ่ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

  • ระบบเผาผลาญ (Metabolism): คือการทำงานทั้งหมดของโรงงานแห่งนี้ เป็นกระบวนการเปลี่ยน "วัตถุดิบ" (อาหารและเครื่องดื่ม) ให้กลายเป็น "พลังงาน" เพื่อให้เครื่องจักรทุกชิ้นในร่างกายทำงานได้

  • พลังงานพื้นฐาน (Basal Metabolic Rate - BMR): คือ "ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน" ของโรงงาน เป็นพลังงานที่ต้องใช้แม้ในเวลาที่เรานอนเฉยๆ เพื่อให้ระบบสำคัญทำงานได้ เช่น การหายใจ, การเต้นของหัวใจ, การรักษาอุณหภูมิร่างกาย เปรียบเหมือนค่าไฟ ค่าน้ำ ที่ต้องจ่ายแม้โรงงานจะไม่ได้ผลิตอะไรเลย

  • พลังงานจากการขยับ (Activity Energy): คือพลังงานที่โรงงานใช้เมื่อ "เดินเครื่องผลิต" ซึ่งก็คือการขยับร่างกายในทุกๆ กิจกรรม ตั้งแต่การเดินไปเข้าห้องน้ำ, การทำงานบ้าน ไปจนถึงการออกกำลังกายจริงจัง

ดังนั้น การที่ร่างกายจะเผาผลาญได้มากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่า "ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน" ของโรงงานเราสูงแค่ไหน และเรา "เดินเครื่องผลิต" บ่อยเพียงใดนั่นเอง

ทำไมกล้ามเนื้อถึงช่วยเผาผลาญ

ในโรงงานพลังงานแห่งนี้ "กล้ามเนื้อ" เปรียบเสมือน "เครื่องจักร" ส่วน "ไขมัน" ก็คือ "โกดังเก็บวัตถุดิบสำรอง"

เครื่องจักร (กล้ามเนื้อ) เป็นสิ่งที่ต้องใช้พลังงานหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา แม้จะแค่เปิดเครื่องทิ้งไว้เฉยๆ (Standby mode) ก็ยังกินไฟอยู่ดี ดังนั้น ยิ่งโรงงานของเรามีเครื่องจักรเยอะ (มวลกล้ามเนื้อมาก) "ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน" (BMR) ของโรงงานก็จะยิ่งสูงขึ้น หมายความว่าดราจะเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นตลอดทั้งวัน แม้กระทั่งในเวลาที่นอนหลับ

ในทางกลับกัน โกดังเก็บของ (ไขมัน) แทบไม่ต้องการพลังงานในการดูแลรักษาเลย มันเป็นเพียงที่เก็บของเฉยๆ การมีโกดังขนาดใหญ่จึงไม่ได้ช่วยให้โรงงานเผาผลาญอะไรเพิ่มขึ้น

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับระบบเผาผลาญ

มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับระบบเผาผลาญที่อาจทำให้เราสับสนได้ครับ มาดูกันว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนไม่จริงกันบ้าง:

  • ความเชื่อ: ยิ่งอดอาหาร หรือกินน้อยมากๆ จะยิ่งผอมเร็ว

    • ความจริง: การอดอาหารเปรียบเหมือนการตัดงบประมาณของโรงงาน เมื่อโรงงานได้รับวัตถุดิบน้อยลงอย่างต่อเนื่อง มันจะเข้าสู่ "โหมดประหยัดพลังงาน" โดยการลดขนาดเครื่องจักร (สลายกล้ามเนื้อ) และลดค่าใช้จ่ายพื้นฐาน (BMR ต่ำลง) ทำให้ในระยะยาว ทำให้เรากลายเป็นคนเผาผลาญน้อยลงและอ้วนง่ายขึ้นกว่าเดิม

  • ความเชื่อ: ต้องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหนักๆ เท่านั้นถึงจะเผาผลาญไขมันได้

    • ความจริง: คาร์ดิโอเป็นการ "เดินเครื่องผลิต" ที่ดี แต่การ "สร้างกล้ามเนื้อ" ด้วยเวทเทรนนิ่ง คือการลงทุนอัปเกรดโรงงานในระยะยาวที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันคือการเพิ่มจำนวนเครื่องจักรที่ช่วยให้เราเผาผลาญได้มากขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง

  • ความเชื่อ: "กินมื้อดึกแล้วจะอ้วน"

    • ความจริง: ความจริงแล้ว เวลาที่กินไม่สำคัญเท่ากับ "ปริมาณแคลอรีรวม" ทั้งวัน การกินมื้อดึกไม่ได้ทำให้อ้วน ถ้าแคลอรีรวมทั้งวันของเรายังไม่เกินเป้าหมาย

  • ความเชื่อ: "อายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญก็พัง"

    • ความจริง: ความจริงแล้วระบบเผาผลาญจะลดลงช้ามาก สิ่งที่ลดลงจริงๆ คือ "มวลกล้ามเนื้อ" ที่หายไปจากการไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ดังนั้นการสร้างกล้ามเนื้อจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาระบบเผาผลาญให้ดีแม้อายุจะมากขึ้น

ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการดูแล "โรงงานพลังงาน" ของเราในระยะยาวก็คือการ "ดูแลรักษาและเพิ่มจำนวนเครื่องจักร" หรือก็คือการ สร้างกล้ามเนื้อ นั่นเอง

เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการยกน้ำหนักหนักๆ เสมอไป แค่เริ่มต้นจากการขยับร่างกายในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น และ ลองติดตามโปรแกรมออกกำลังกายสำหรับผู้เริ่มต้นไปพร้อมกับ Wello ก็ได้เช่นกัน เพราะทุกการเคลื่อนไหวคือการลงทุนเพื่อระบบเผาผลาญที่ดีขึ้นในอนาคตครับ!

นี่ไม่ใช่คำตอบที่ต้องการใช่ไหม